ข่าวสารโรงสีไทยอุดร

 

iTAP หนุน "โรงสีไทยอุดร" เพิ่มความรู้ ผลิตข้าวคุณภาพส่งออก

 

ผู้เชี่ยวชาญ iTAP แนะเทคนิค "โรงสีไทยอุดร" ปรับปรุงระบบจัดการโรงสี
ย้ำให้ความรู้บุคลากร เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต โดยใช้เทคโนโลยี
ไทยช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 400 ตันต่อวัน ทำให้ได้ข้าวหอมมะลิเกรดเอ
ส่งออกทั่วโลก ชี้การทำงานร่วมกับ iTAP ยังทำให้แข่งขันในตลาด
ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าเจ้าอื่น พร้อมต่อยอดพัฒนาโรงสีไม่หยุดนิ่ง

 

ไทยถือเป็นประเทศยุ้งฉางของโลก เนื่องจากมีผลผลิตข้าวส่งออก
เป็นอันดับหนึ่ง ผลผลิตข้าวที่ส่งออกไปเลี้ยงคนทั่วโลก จึงจำเป็นต้องมี
มาตรฐาน ดังนั้นผู้ประกอบการไทยต้องคำนึงถึงความสำคัญของกระบวนการ
ผลิตข้าวเพื่อให้ได้คุณภาพ ซึ่งย่อมหมายถึงจะสามารถจำหน่ายในราคา
ที่เพิ่มขึ้นด้วย อย่างบริษัท โรงสีข้าวไทยอุดร จำกัด ผู้ส่งออกข้าวไป
ต่างประเทศ 100 % เกือบทั่วโลก ภายใต้แบรนด์ตนเอง และอื่นๆ โรงสีข้าว
ของที่นี่จึงมีผลผลิตคุณภาพสูง

 

จากอดีต "โรงสีไทยอุดร" ยังคงประสบกับปัญหาเรื่องกระบวนการผลิต
เนื่องจากการผลิตอัตราข้าวเต็มเมล็ดที่ได้จากกระบวนการสีนั้นมีเปอร์เซ็นต่ำ
ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลผลิตเต็มที่ โรงสีไทยอุดรจึงเล็งเห็นความสำคัญของการ
ปรับปรุงเทคโนโลยี การเพิ่มความรู้ให้บุคลากรเพื่อนำเทคโนโลยีมาให้เกิด
ประโยชน์มากที่สุด ลดความเสียหายของวัตถุดิบ และทำให้ได้ผลผลิต
ข้าวคุณภาพ

นายทวีลาภ ธีระธนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทโรงสีข้าวไทยอุดร จำกัด
กล่าวว่า โรงสีข้าวไทยอุดร มีกำลังการผลิตวันละ 250 ตันข้าวเปลือกต่อวัน
โดยมีสัดส่วนแปรรูปข้าวหอมมะลิ 100% ซึ่งเป็นข้าวที่มีคุณภาพสูง
โดยปกติจะทำการส่งออกต่างประเทศ โรงสีข้าวจึงดำเนินกระบวนการแปรรูป
ข้าว โดยใช้เทคโนโลยีจากเครื่องจักรที่ผู้ผลิตต่างกัน

 

"เดิมนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ เช่น เครื่องกะเทาะข้าวเปลือก
เครื่องสีข้าว เครื่องขัดข้าวขาว ฯลฯ แต่ปรากฏว่าเมื่อนำเครื่องมือเหล่านั้น
มาใช้โดยขาดระบบการดูแล การซ่อมบำรุง และความรู้ความเข้าใจใน
กระบวนการทำงานต่าง ๆ ที่ถูกต้อง จึงทำให้ข้าวที่ได้หัก และมีสีเหลือง
ผลผลิตข้าวที่ได้จึงราคาตก"

 

จากปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต คือ กระบวนการสีข้าวไม่มีประสิทธิภาพที่เพียงพอ ทำให้สีข้าวได้ข้าวเต็มเมล็ดเพียง 40%
ของข้าวเปลือก (ขณะที่ค่าเฉลี่ยที่สามารถแข่งขันได้คือข้าวเต็มเมล็ดต้องได้ 42% ของข้าวเปลือก) และความขาวไม่สม่ำเสมอที่ 42%

 

นายทวีลาภ กล่าวว่า บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปรับปรุง
กระบวนการผลิตและถ่ายทอดเทคนิค ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญจากโครงการ
iTAP (โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย)
โดยมี นายฉัฐวุฒิ แก่นพิมพ์ ผู้เชี่ยวชาญ iTAP จากเครือข่ายมหาวิทยาลัย
ขอนแก่น ร่วมเป็นที่ปรึกษาใน โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงสีข้าว

 

โดยได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบการทำงานของเครื่องจักรในกระบวนการ
สีข้าวเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ให้แก่โรงสีมีปริมาณข้าวต้น (ข้าวเต็มเมล็ด) เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1%
และกำลังการผลิตสูงขึ้น 10% 

 

"หลังจากนั้นโรงสีจึงหันมาใช้เครื่องจักรที่ผลิตภายในประเทศ
โดยมีผู้เชี่ยวชาญในโครงการ iTAP เข้ามาช่วย แนะนำวางระบบการทำงาน
ใหม่ทั้งหมด ทำให้ลูกน้องเข้าใจกระบวนการทำงานของเครื่องจักร
เหมือนมีอาจารย์มาสอนเรียนหนังสือในห้องเรียน สอนการทำงานให้เป็นระบบ


เดี๋ยวนี้ลูกน้องสามารถทำงานได้สะดวก เหนื่อยน้อยลง เพราะรู้จักใช้
เครื่องมือ รู้ว่าต้องทำงานอย่างไร และมีทักษะในการทำงาน จากกำลังผลิต
ที่เคยทำได้คือประมาณ 250 ตันต่อวัน หลังจากเข้าโครงการก็เพิ่มขึ้นเป็น
400 ตันต่อวัน ดังนั้นการเข้าร่วมในโครงการ iTAP เพียงระยะเวลาประมาณ
6 เดือนที่ผ่านมา จึงถือว่าคุ้มค่ามาก"

 

กรรมการผู้จัดการ บริษัทโรงสีข้าวไทยอุดร จำกัด กล่าวอีกว่า "ขณะนี้โรงสีมีเครื่องกะเทาะข้าวเปลือก 8 เครื่อง เครื่องขัดข้าวขาว 12 เครื่อง
โดยโรงสีรับได้ 400 ตันต่อวันและข้าวที่สีเป็นข้าวหอมมะลิอย่างเดียวซึ่งสียากที่สุด โดยขายในแบรนด์นางฟ้า และอื่น ๆ และส่งให้กับ
ผู้ส่งออกข้าว เนื่องจากเราไม่เก่งส่งออก จึงเลือกที่จะทำงานถนัด คือการผลิตและส่งต่อ ซึ่งผลที่ได้รับเมื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตใหม่
ยังทำให้ได้ข้าวเป็นเปอร์เซ็นต์ระดับหัวแถว ผลผลิตข้าวได้เกรดเอ"

 

ด้านการทำงานของโรงสีไทยอุดร เมื่อได้รับความรู้ เทคนิคในการทำงาน
ที่ถูกต้อง ยังทำให้สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าในโรงสีลงได้ เช่น เดิมนำเข้า
เครื่องจักรจากต่างประเทศ และใช้มอเตอร์ขนาดใหญ่ในโรงสีข้าวหมุน
ทั้งโรงงาน แต่เมื่อปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรภายในประเทศโดยใช้ระบบ
เป็นมอเตอร์ขนาดเล็กแยกกัน

 

ทำให้ไม่ต้องเปิดเครื่องจักรทำงานพร้อมกัน ผลที่ได้รับคือ สามารถลดค่าไฟ
ลงไปได้ จากเดิมต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 4 แสนบาทต่อเดือน
แต่ปัจจุบันค่าไฟฟ้าลดลงเหลือประมาณ 2 แสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว 

 

นายทวีลาภ เล่าอีกว่า การทำงานของโรงสีไทยอุดรนั้น จะเน้นทำงาน
หลัง 4 ทุ่ม เนื่องจากค่าไฟฟ้าจะมีราคาถูกกว่ากลางวัน เวลากลางวันจึงเป็น
เวลาที่คนงานทำงานซ่อมบำรุงเป็นหลัก แต่ก็มีการสลับผลัดเปลี่ยนกัน
เพื่อสุขภาพของคนงาน ทำให้ได้หยุดพักในเวลากลางคืนด้วย

 

สำหรับการทำงานร่วมกับโครงการ iTAP ยังทำให้ปัญหาสำคัญ คือ
การขาดความรู้ของบุคลากรในโรงสี มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น เกิดการปรับเปลี่ยน
อุปกรณ์ให้เหมาะสม ทำให้ประสิทธิภาพและรายได้เพิ่มขึ้นด้วย โดยหาก
จำหน่ายข้าวราคาเท่ากันในตลาด แต่ต้นทุนของโรงสีไทยอุดรจะต่ำกว่า
เนื่องจากการเข้าร่วมกับ iTAP

 

ดังนั้นจึงอยากพัฒนาการทำงานในโครงการอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ
ระบบลม โดยผู้เชี่ยวชาญ iTAP แนะนำว่าหากมีปัญหาจะทำให้ผลผลิตข้าว
ไม่สะอาด หรือปรับปรุงโรงอบข้าว เพื่อลดความชื้นเนื่องจากหากมีความชื้น
มากจะทำให้ขณะสีข้าวจะหัก

 

"อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญจาก iTAP แนะนำว่า การทำงานโรงสีไม่หยุดนิ่ง
ดังนั้นในปีหน้า โรงสีไทยอุดรยังวางแผนการทำงานเรื่องการพัฒนาระบบลม
โรงอบ และโกดัง อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากพัฒนาระบบการจัดการเหล่านี้ดีขึ้น
แม้จะทำให้ได้ข้าวต้นเพิ่มขึ้นเพียง 1% ก็ต้องทำ เพื่อให้เกิดการพัฒนาขึ้น
เรื่อย ๆ" กรรมการผู้จัดการ บริษัทโรงสีข้าวไทยอุดร จำกัด กล่าวในที่สุด

 

 

ที่มา : http://www.thailandindustry.com/news/view.php?id=9695&section=3&rcount=Y